การสกัดข้อมูลจากการถอดบทเรียนครั้งนี้ เป็นกระบวนการนำข้อมูลเชิงคุณภาพจากการระดมความคิดเห็น การทำงานกลุ่ม การนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแบบฟอร์ม Lesson Learned ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมถอดบทเรียน ภายใต้โครงการศึกษาดูงาน ทบทวน ถอดบทเรียน และพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ เชียงใหม่ มาสังเคราะห์ให้เห็น “ปัจจัยแห่งความสำเร็จร่วม” (Key Success Factors) “แนวทางการประยุกต์ใช้” (Apply) และ “ประเด็นที่ต้องปรับก่อนใช้” (Adapt/Pain Point) เพื่อเชื่อมโยงสู่การพัฒนายุทธศาสตร์ของคณะอย่างเป็นระบบ
การวิเคราะห์ครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงกิจกรรมหรือผลลัพธ์เฉพาะโครงการ แต่เน้นการทำความเข้าใจ “ระบบการทำงาน” ที่ทำให้เกิดผลสำเร็จจริง และสามารถนำไปต่อยอดสู่การขับเคลื่อนพันธกิจทั้ง 5 ด้านของคณะได้อย่างบูรณาการ


การถอดบทเรียนมุ่งตอบคำถามสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ, อะไรคือรูปแบบการทำงานที่สามารถนำไปต่อยอดได้, อะไรคือข้อจำกัดหรือ Pain Point เชิงระบบ, และสิ่งเหล่านั้นเชื่อมโยงกับพันธกิจของคณะอย่างไร
โดยการสกัดข้อมูลเน้นการมอง “ภาพรวมเชิงระบบ” มากกว่าการมองเฉพาะกิจกรรมรายโครงการ โดยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่าง 6 องค์ประกอบหลัก:
ทักษะ ความเชี่ยวชาญ และสมรรถนะของทีมทำงานคณะ
ความต้องการและบริบทเป้าหมายของประชากรจริง
ภาคีร่วม ได้แก่ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) และผู้นำท้องที่
กฎเกณฑ์ ระเบียบงบประมาณ และเกณฑ์คิดชั่วโมงภาระงาน
ระบบจัดเก็บฐานข้อมูลส่วนกลางและระบบ Dashboard
ดัชนีวัดผลสัมฤทธิ์ระยะยาวแทนความถี่ในการจัดงาน (Output)
ข้อมูลดิบจากแต่ละกลุ่ม ถูกนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ผ่าน 2 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้:
ขั้นที่ 1 รวบรวมประเด็นซ้ำ: นำข้อมูลจากทุกกลุ่มมาพิจารณาหาคำ แนวคิด หรือประเด็นที่ปรากฏซ้ำร่วมกัน เช่น การทำงานร่วมกับชุมชน, ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน, การทำงานเป็นทีม (Teamwork), การมี Stakeholders และภาคีเครือข่าย, การมีผู้นำหรือ Key Person, การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล Dashboard, การมี KPI และเป้าหมายร่วม, การบูรณาการเรียนการสอนควบคู่กับงานวิจัย, การใช้โจทย์จริงจากชุมชน, การสนับสนุนเชิงนโยบายและงบประมาณ, การสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนของโครงการ เมื่อพบว่าหลายกลุ่มสะท้อนประเด็นเดียวกัน จึงถือว่าเป็น “รูปแบบความสำเร็จร่วม” ของกรณีศึกษา
ขั้นที่ 2 จัดกลุ่มเป็น Key Success Factors: หลังจากรวบรวมประเด็นซ้ำแล้ว จึงนำมาสังเคราะห์และจัดหมวดหมู่ “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ” (Key Success Factors) เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ดังแสดงในตารางด้านล่าง:
| ข้อมูลดิบเชิงประเด็นร่วม | สกัดเป็น Key Success Factor |
|---|---|
| การทำงานร่วมกับชุมชน / Stakeholders / ภาคีเครือข่าย / Teamwork | Collaboration and Partnership (ความร่วมมือและเครือข่าย) |
| การใช้ Dashboard / Open Data / ฐานข้อมูล / เทคโนโลยีดิจิทัล | Digital and Data-driven Management (ข้อมูลและดิจิทัล) |
| การเชื่อมการเรียน–วิจัย–บริการวิชาการ–ทำนุบำรุงฯ | Integrated Mission (การบูรณาการพันธกิจร่วมกัน) |
| การใช้โจทย์จริงจากชุมชน / Problem-based Learning / Community-based Learning | Problem-based & Community-based Learning (โจทย์จริงชุมชน) |
| การมี KPI / เป้าหมาย / ผลลัพธ์ที่ชัดเจน | Goal and KPI Alignment (ประสานเป้าหมายและตัวชี้วัด) |
สรุปกรอบการประเมินจากบทเรียนเป็นแนวทางสิ่งที่นำมาใช้ได้ (Apply) ควบคู่กับประเด็นสำคัญที่ต้องปฏิรูป (Adapt) ใน 5 มิติความสำเร็จหลัก ดังนี้:
การฟอร์มทีมลงพื้นที่ข้ามกลุ่มงานและการร่วมมือแนบแน่นกับเครือข่ายภายนอก
สิ่งที่นำมาใช้ได้ (Apply)
- ใช้โมเดลการทำงานร่วมกันระหว่างคณะ ชุมชน และภาคีเครือข่าย
- สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับ อปท. ชุมชน และหน่วยงานภายนอก
- พัฒนาทีมงานแบบ Cross-functional
สิ่งที่ต้องปรับก่อนใช้ (Adapt / Pain Point)
- วัฒนธรรมองค์กรยังทำงานแยกส่วน (Silo)
- การประสานงานหลายฝ่ายอาจทำให้ล่าช้า
- ต้องมีระบบสื่อสารและข้อตกลงการทำงานร่วมกันที่ชัดเจน
ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศส่วนกลางและการวิเคราะห์ข้อมูลตัดสินใจเชิงพื้นที่
สิ่งที่นำมาใช้ได้ (Apply)
- พัฒนาฐานข้อมูลกลางและ Dashboard
- ใช้ Open Data และระบบติดตามผล
- ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการบริหารและบริการวิชาการ
สิ่งที่ต้องปรับก่อนใช้ (Adapt / Pain Point)
- ระบบข้อมูลยังไม่เชื่อมโยงกัน
- บุคลากรมีทักษะดิจิทัลไม่เท่ากัน
- ต้องสร้างวัฒนธรรมการแบ่งปันข้อมูล
การหลอมรวมการเรียนการสอน การวิจัย และงานให้บริการสังคมให้สอดรับในกล่องเดียว
สิ่งที่นำมาใช้ได้ (Apply)
- เชื่อมการเรียนการสอน วิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงฯ เข้าด้วยกัน
- ใช้ Community-based Learning ในการจัดการเรียนการสอน
- พัฒนาโครงการ “1 โครงการ เชื่อมหลายพันธกิจ”
สิ่งที่ต้องปรับก่อนใช้ (Adapt / Pain Point)
- ระบบงบประมาณและภาระงานยังแยกส่วน
- KPI ยังสะท้อนเฉพาะผลผลิตมากกว่าผลกระทบ
- ต้องมีระบบสนับสนุนการทำงานบูรณาการ
การใช้ความต้องการและวิกฤตของประชากรท้องถิ่นมาเป็นหัวข้อโครงงานเรียนวิจัย
สิ่งที่นำมาใช้ได้ (Apply)
- ใช้ปัญหาจริงของชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้
- พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา
- เชื่อมงานวิจัยและบริการวิชาการกับพื้นที่จริง
สิ่งที่ต้องปรับก่อนใช้ (Adapt / Pain Point)
- ต้องใช้เวลาในการสร้างความไว้วางใจกับชุมชน
- ต้องมีการวิเคราะห์ Needs และบริบทพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
การจัดวางแนวทิศทางดัชนีชี้วัดความสำเร็จให้ตอบเป้าหมายระดับยุทธศาสตร์ของคณะ
สิ่งที่นำมาใช้ได้ (Apply)
- กำหนด KPI เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับโครงการถึงยุทธศาสตร์
- ใช้ KPI ร่วมระหว่างหน่วยงาน
- เชื่อม KPI กับผลลัพธ์เชิง Impact
สิ่งที่ต้องปรับก่อนใช้ (Adapt / Pain Point)
- KPI บางส่วนยังวัดกิจกรรมมากกว่าผลลัพธ์
- ขาดระบบติดตามผลระยะยาว
- ต้องเชื่อม KPI กับ EdPEx / ITA / ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
เมื่อได้ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success Factors) จากการสังเคราะห์ข้อมูลของทุกกลุ่มแล้ว จึงนำมาวิเคราะห์ความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของคณะ เพื่อให้เห็นว่า “กรณีศึกษา 1 เรื่อง” สามารถเชื่อมโยงและสนับสนุนการขับเคลื่อนพันธกิจทั้ง 5 ด้านได้อย่างบูรณาการ:
| ยุทธศาสตร์ของคณะ (5 มิติหลัก) | แนวทางการสอดประสานดำเนินงาน |
|---|---|
| ยุทธศาสตร์ที่ 1: การเตรียมคนและเสริมสร้างศักยภาพคนให้มีสมรรถนะและทักษะแห่งอนาคต | การเรียนรู้และแก้ปัญหาจากโจทย์จริงของชุมชน |
| ยุทธศาสตร์ที่ 2: การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและชุมชน | วิจัยเชิงพื้นที่และสร้างผลกระทบ |
| ยุทธศาสตร์ที่ 3: การบริการวิชาการและสร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม | การทำงานแบบความร่วมมือและเครือข่าย |
| ยุทธศาสตร์ที่ 4: การทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อความเป็นไทยและเอกลักษณ์ของชาติ | การใช้ทุนวัฒนธรรมชุมชน |
| ยุทธศาสตร์ที่ 5: การพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาลเพื่อความยั่งยืน | การบริหารจัดการด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล |
การวิเคราะห์ประเมินผล Lesson Learned อ้างอิงเลนส์การสังเคราะห์เชิงวิชาการ 4 ด้าน ประกอบด้วย:
- 5.1 การวิเคราะห์เชิงระบบ (System Thinking): มองความสัมพันธ์ของ คน ชุมชน ระบบบริหาร ข้อมูล และเครือข่ายการปฏิบัติงาน ทำให้สรุปได้ว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากโครงการเดี่ยวแต่เกิดจากระบบการทำงานร่วมกัน
- 5.2 การวิเคราะห์เชิงบูรณาการ (Integrated Analysis): สนับสนุนแนวคิดบริหารงบประมาณโมเดล "1 โครงการ ตอบโจทย์หลายพันธกิจ" หลอมรวมการเรียนสอนร่วมกับโครงงานวิจัยและบริการสังคม
- 5.3 การวิเคราะห์เชิงผลลัพธ์ (Impact-oriented Analysis): ประเมินผลกระทบคุณค่าระยะยาวเชิงพัฒนาสังคม (Impact) แทนที่จะพิจารณายอดวัดเชิงปริมาณการจัดประชุม (Output)
- 5.4 การวิเคราะห์ Pain Point เชิงโครงสร้าง: การสกัดรากปัญหาความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณและข้อมูล ชี้ให้เห็นว่าการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์จำเป็นต้องปฏิรูปงานธุรการควบคู่กิจกรรม
การถอดบทเรียนนำมาสู่อภิปรายผลลัพธ์สัมฤทธิ์หลัก 4 มิติ:
- 6.1 พบรูปแบบความสำเร็จร่วม: เกิดข้อตกลงแนวปฏิบัติงานการประสานข้ามสาขาวิชา และการใช้ Dashboard ในคลังข้อมูลกลางเชิงพื้นที่
- 6.2 เห็นแนวทางบูรณาการยุทธศาสตร์: เชื่อมดัชนีวัดยุทธศาสตร์ 5 ด้านเดิมที่เคยแยกส่วน ให้หลอมมาขับเคลื่อนร่วมกันภายใต้ชุมชนนวัตกรรม
- 6.3 เห็นจุดติดขัด (Pain Point) เชิงระบบ: ชี้ทิศการปรับลดกระบวนธุรการเอกสารซ้ำซ้อน และวางรากไอทีประสานบัญชีบูรณาการ
- 6.4 นำไปพัฒนายุทธศาสตร์ของคณะ: ฝ่ายแผนงานนำข้อมูลบทเรียนไปเขียนเป้าหมายหลักและร่างดัชนีวัดแผนยุทธศาสตร์คณะระดับปฏิบัติการ
การสกัดข้อมูลจากการถอดบทเรียนครั้งนี้ เป็นกระบวนการเปลี่ยน “ประสบการณ์ตรงจากชุมชนหน้างาน” ให้กลายเป็น “องค์ความรู้เชิงยุทธศาสตร์ระดับนโยบาย” ของคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
ความสำเร็จของโครงการ "1 คณะ 1 ชุมชนนวัตกรรม" สะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนขององค์กร จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการทำงานแยกกล่องกองงาน (Silo Operations) ไปสู่ “การบริหารจัดการแบบบูรณาการ” (Integrated Management) ที่ประสานคน ข้อมูล แผนงาน และพันธมิตรภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้พื้นที่ชุมชนเป้าหมายเป็นฐานในการเรียนรู้และส่งผลกระทบร่วมกัน

รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนาและนวัตกรรม คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา